Home » มารู้จักฟาร์มลุงเครา

มารู้จักฟาร์มลุงเครา

     คุณสมศักดิ์ จุ้ยนาม หรือที่รู้กันในนาม “สวนลุงเครา” ใน ต.ทวีวัฒนา อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี แหล่งรวมพืชผักอินทรีย์เพื่อการส่งออกมากว่า 10 ปี จนเป็นที่ยอมรับของตลาดทั้งในและต่างประเทศ บนเนื้อที่กว่า 25 ไร่ที่เจ้าของสวนดัดแปลงเป็นเป็นสวนเกษตรผสมผสาน มีทั้งผักกินใบและพืชให้ผล ปลูกอยู่เต็มพื้นที่ ซึ่งแบ่งออกเป็นแปลงๆ อย่างชัดเจน พืชผักที่ปลูกจะสลับหมุนเวียนกันไปตลอดทั้งปี

401228_168390956656831_46855655_n

     คุณสมศักดิ์ จุ้ยนาม หรือที่รู้กันในนาม “สวนลุงเครา” ใน ต.ทวีวัฒนา อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี แหล่งรวมพืชผักอินทรีย์เพื่อการส่งออกมากว่า 10 ปี จนเป็นที่ยอมรับของตลาดทั้งในและต่างประเทศ บนเนื้อที่กว่า 25 ไร่ที่เจ้าของสวนดัดแปลงเป็นเป็นสวนเกษตรผสมผสาน มีทั้งผักกินใบและพืชให้ผล ปลูกอยู่เต็มพื้นที่ ซึ่งแบ่งออกเป็นแปลงๆ อย่างชัดเจน พืชผักที่ปลูกจะสลับหมุนเวียนกันไปตลอดทั้งปี

     ไม่ว่าจะเป็น คะน้า มะเขือ ผักกูด มะนาว และพืชผักตระกูลพริก ที่สำคัญสามารถบังคับให้ผลผลิตพืชบางชนิดออกนอกฤดูได้ด้วย เช่น การปลูกมะนาวในบ่อซีเมนต์ ซึ่งปัจจุบันที่ให้ผลผลิตแล้วมีทั้งหมดกว่า 400 ต้น และกำลังจะปลูกเพิ่มอีก 500 ต้น จนทำให้เจ้าของสวนมีรายได้ทั้งรายวัน รายเดือนและรายปี โดยเฉพาะผลผลิตที่ได้ทุกวันนี้มีไม่เพียงพอต่อการจำหน่าย จนต้องขยายเครือข่ายไปสู่ตำบลใกล้เคียง โดยใช้สวนลุงเคราเป็นต้นแบบ พร้อมทำตลาดให้ด้วย

     ลุงเคราเริ่มวิถีเกษตรอย่างจริงจังเมื่อปี 2519 จากการทำนาเพียงอย่างเดียวด้วยเนื้อที่เพียง 15 ไร่  จากนั้นในปี 2528 ก็หันมาปลูกไม้ผลเสริม อาทิ ส้มเขียวหวาน มะม่วง พุทรา ลำไย ฯลฯ พร้อมกับขุดบ่อเลี้ยงปลา การทำนาและไม้ผล แต่ก็ใช้ปุ๋ยเคมีและสารกำจัดศัตรูพืชอย่างเต็มที่หวังให้มีผลผลิตเพิ่ม แต่สุดท้ายก็ไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ เหตุเพราะค่าปุ๋ยค่ายาที่มีราคาสูงขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่แมลงศัตรูพืชก็เกิดอาการดื้อยา ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตเพิ่มสูงขึ้นมาก ส่วนผลผลิตก็ขายไม่ได้ราคา

     “ผมมาเจ๊งกับส้มในปี 2539 เพราะลงทุนไปมาก อัดเข้าไปเต็มที่ทั้งปุ๋ยเคมีและยาฆ่าแมลง สุดท้ายล้มไม่เป็นท่า ส้มเกิดโรคระบาด ผลส้มร่วงเต็มไปหมด ทั้งที่ใกล้จะเก็บผลผลิตได้แล้ว ตอนนั้นเป็นหนี้ทันทีเกือบ 5 แสน ต้องไปกู้ ธ.ก.ส.มา 1 ล้านบาท โปะหนี้เก่าหมดที่เหลือใช้ทำทุนต่อ ถูกตราหน้าจากชาวบ้านว่า 5 แสนยังไม่มีปัญญาใช้ กู้ใหม่มา 1 ล้านจะไหวเหรอ ตอนนั้นยอมรับว่ากดดันมาก” ลุงเคราย้อนอดีตอันขมขื่น

     หลังจากนั้นลุงเคราก็ปรับเปลี่ยนพื้นที่ใหม่ด้วยการแปลงสวนส้มเป็นสวนมะนาวในบ่อซีเมนต์ แปลงที่นากว่า 15 ไร่เป็นแปลงปลูกผักคะน้า ต้นหอมและพริก แล้วก็ทำโรงเลี้ยงไส้เดือนเพื่อใช้ในการพื้นฟูดิน ปลูกพืชสมุนไพรไล่แมลง โดยหันหลังให้สารเคมีทุกชนิดตั้งแต่บัดนั้นมา แม้ช่วงแรกๆ อาจจะยากลำบาก เนื่องจากการปรับสภาพของดินยังไม่ดีพอ แต่ทุกวันนี้พื้นที่การเกษตรภายในสวนลุงเครา ทุกขั้นตอนการผลิตเป็นเกษตรอินทรีย์ 100%

     ลุงเคราเผยว่า ทุกวันนี้มีรายได้ทั้งรายวันรายเดือนและรายปี โดยรายวันและรายเดือนจะได้จากการจำหน่ายผลผลิตพืชผักต่างๆ ภายในสวน โดยเฉลี่ย 400-500 บาทต่อวัน ซึ่งเงินที่ได้ในส่วนนี้เป็นค่าใช้จ่ายภายในครัวเรือน ส่วนรายเดือนส่งให้บริษัทผู้ส่งออกและพ่อค้าแม่ค้าที่ตลาดไทและตลาดสี่มุมเมือง สำหรับรายได้เป็นมะนาวในบ่อซีเมนต์ ซึ่งจะให้ผลผลิตปีละครั้ง แต่จะบังคับให้ออกนอกฤดูเพื่อจะขายได้ราคา

     “ขณะนี้มะนาวมีอยู่ 400 ต้น ซึ่งใช้ผลผลิตแล้วและกำลังจะลงเพิ่มอีก 500 ต้น แต่ละต้นจะให้ผลผลิตเฉลี่ย 500 ผลต่อต้นต่อปี ในสวนมี 400 กว่าต้น คิดดูเอาแค่ขายลูกละบาทก็พอ ขณะที่ต้นทุนดูแลอยู่ที่ 3-4 บาทต่อต้นต่อปีเท่านั้น ส่วนที่ปลูกในบ่อซีเมนต์ก็เพราะสามารถบังคับให้ออกนอกฤดูได้เท่านั้นเอง ส่วนคะน้าและพริกเหลืองเฉลี่ยอยู่ที่ 60 ตันต่อรอบ แต่ละรอบมีระยะเวลาปลูกจนถึงเก็บเกี่ยวประมาณ 120 วัน และผลผลิตส่วนนี้จะส่งออกอย่างเดียว คะน้าราคาส่งอยู่ที่ 18-20 บาทต่อกิโล” เจ้าของสวนลุงเคราเผย

     สวนลุงเครา นับเป็นสวนเกษตรอินทรีย์ต้นแบบครบวงจร ที่ปัจจุบันกลายเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการพัฒนาที่ดินและการใช้ประโยชน์จากที่ดินทั้งจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ตลอดจนผู้สนใจโดยทั่วไป

โปรแกรมท่องโลก “เกษตรเพื่อสุขภาพ”
ขอเชิญผู้สนใจร่วมท่องโลก “เกษตรเพื่อสุขภาพ” ไปกับหนังสือพิมพ์ “คม ชัด ลึก” บนเส้นทางสายนนทบุรี-นครปฐม
06.30 น. พร้อมกันหน้าร้านเซเว่นฯ ตึกเนชั่น (อุ่นเครื่องด้วยกาแฟร้อนๆ ปาท่องโก๋ โอวัลติน)
07.00 น. ออกเดินทางสู่ “สวนลุงเครา” ของคุณสมศักดิ์ จุ้ยนาม ศูนย์เรียนรู้การพัฒนาที่ดินตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง ชมการผลิตพืชผักปลอดภัย การเลี้ยงไส้เดือนดิน การปลูกมะนาวในบ่อซีเมนต์ ฯลฯ อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี
10.30 น. แวะชม “กล้วยไม้” ตระกูลหวายอันสวยงามหลากหลายชนิด พร้อมรับฟังเทคนิควิธีดูแลรักษากล้วยไม้จากคุณมานะ คูเจริญชัยมานที เกษตรกรนักผสมพันธุ์กล้วยไม้และเจ้าของมานะออร์คิดฟาร์ม อ.สามพราน จ.นครปฐม
12.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน
13.00 น. มุ่งสู่ จ.นครปฐม ชมและชิมผลิตภัณฑ์จาก “ฟักข้าว (Gac Fruit)” พืชพื้นบ้านที่มีคุณประโยชน์อนันต์และกำลังเป็นที่สนใจของคนทั่วโลก ณ สวนฟักข้าวของคุณรัตนพงษ์ จันทะวงษ์ ผู้ปลูกฟักข้าวและแปรรูปเชิงการค้าครบวงจรแห่งแรกในประเทศไทย พร้อมเยี่ยมชมแปลงผลิตฟักข้าวของสมาชิกกลุ่มฟักข้าวไทยพัฒนา
16.00 น. เดินทางกลับกรุงเทพฯ
18.00 น. ถึงอาคารเนชั่นโดยสวัสดิภาพ
สนใจสอบถามรายละเอียดและสำรองที่นั่งได้ที่โทร.0-2338-3356-7 (รับเพียง 40 ท่าน)